• slide1
  • slide2
  • slide3
  • slide4
  • slide6

News & IT Tips

  • 1
  • 2
  • 3
Prev Next
วิธีการกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์

วิธีการกู้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์

พื้นฐานโครงสร้างของฮาร์ดดิสก์นั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก เพราะเป็นส่วนของจานเหล็กที่เคลือบสาร...

รวมคำสั่ง Run

รวมคำสั่ง Run

  รวมคำสั่ง Run   เรียกโปรแกรม Accessibility Options —> access.cplเรียกโ...

ประเภทลิขสิทธิ์ Windows 8 มีกี่ประเภท

ประเภทลิขสิทธิ์ Windows 8 มีกี่ประเภท

สำหรับ โปรแกรม Microsoft Windows เป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการ (Operating Systems - OS) ที่ได้...

การเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟที่มีประสิทธิภาพ

เขียนโดย Teerapongc on . Posted in Event

การเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟที่มีประสิทธิภาพ

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้เกิดไฟดับทางภาคใต้ของไทย ส่งผลให้เกิดความเสียหายนับหมื่นล้านบาท เราจึงเห็นความสำคัญของเครื่องสำรองไฟกันมากขึ้น พีซีแลนด์จึงได้เขียนบทความการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟที่มีประสิทธิภาพเพือผู้อ่านจะรู้จักเครื่องสำรองไฟกันมากขึ้นนะครับ

เครื่องสำรองไฟ หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า UPS (Uninterruptable Power Supply) ใช้เพื่อป้องกันไฟดับ ไฟตก ไฟกระชาก แต่ละรุ่นแต่ละแบบนั้น ก็มีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันออกไป ทั้งราคาถูก ราคาแพง แบรนด์ของคนไทย หรือแบรนด์นอก วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆ ในการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟที่มีประสิทธิภาพมาฝากกันนะครับ

           สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญนั้น คือ มีค่า VA เท่าไหร่ แล้ว Watt เท่าไหร่ เพราะบางยี่ห้อ มักตั้งค่า VA ไว้สูงแต่จำนวน Watt ต่ำ อย่างนี้ถือว่าเราได้ UPS ที่มีประสิทธิภาพต่ำ ยี่ห้อเหล่านี้ถึงขายได้ในราคาถูก เราสามารถคำนวนดูว่า ถ้าค่า VA เท่านี้ จำนวน Watt ควรจะเป็นเท่าไหร่ วิธีการคำนวนง่ายๆ โดยเราเอาค่า VA ตั้งแล้วคูณด้วย 0.6 เช่น UPS ยี่ห้อนึง บอกว่า 800 VA / 320 Watt เราก็เช็คค่าตามสูตร ดังนี้ค่ะ 800 X 0.6 = 480 แสดงว่า UPS รุ่นนี้ ได้จำนวน Watt ที่ไม่เต็ม ทำให้ได้เครื่องสำรองไฟที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งสำคัญมากเพราะเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าของเรานั้น ราคาแพงๆ ทั้งนั้น อยากให้เลือกเครื่องสำรองไฟที่มีคุณภาพ เพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณด้วยนะครับ

           สิ่งต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ Back up time ระยะเวลาในการสำรองไฟ ว่าสามารถสำรองไฟได้นานกี่นาที เพียงพอต่อความต้องการในการใช้งานเมื่อไฟดับหรือไม่ ซึ่งเวลาที่เกิดไฟดับนั้น สิ่งแรกที่จำเป็นที่สุดคือ การเซฟงานต่างๆ และทำการ shutdown เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ระยะเวลาในการสำรองไฟที่แต่ละยี่ห้อให้มานั้น ก็เพื่อไว้ใช้ในการนี้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการสำรองไฟที่มากเกินไป หากแต่ 8-15 นาทีก็เพียงพอแล้ว พึงนึกไว้เสมอว่า เครื่องสำรองไฟ มีไว้สำรองไฟใช้ในยามฉุกเฉินค่ะ แบตเตอรี่ ที่ใช้มีคุณภาพสูงเพียงใด ซึ่งแบตเตอรี่ที่ไม่มีคุณภาพนั้น ก็จะทำให้เกิดปัญหากับเครื่องสำรองไฟอยู่บ่อยๆ และทำให้ต้องเสียเงินหรือเสียเวลาเพื่อที่จะต้องนำเครื่องสำรองไฟส่งซ่อม จึงควรเลือกซื้อ UPS ที่รับประกันทั้งตัวเครื่อง UPS และ แบตเตอรี่

            เครื่องสำรองไฟที่ดีควรมี Surge Protection ป้องกันฟ้าผ่า หรือไฟกระชาก มีช่องสำหรับป้องกันไฟกระชาก และช่องใส่ฟิวส์ไว้ด้านนอกซึ่งสามารถดึงออกมาเพื่อเปลี่ยนฟิวส์เองได้ด้วยนะครับ

           ปัจจุบัน UPS เกือบทุกยี่ห้อ ได้เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย Software ซึ่ง Software จะช่วยให้เราทราบถึงสถานะการทำงานของ UPS สามารถทราบถึงสถานะการทำงานของเครื่องสำรองไฟได้อย่างดี สามารถเปิดดูสถานะการทำงานย้อนหลัง และยังมีโปรแกรมปิด เปิด เครื่องอัตโนมัติ อีกด้วย ทำให้หมดปัญหาเมื่อไม่ได้อยู่บ้าน

          เป็นไงบ้างครับ คิดว่าผู้อ่านคงได้ประโยชน์ ในการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟที่เหมาะสม กับตัวเองและหน่วยงานมากที่สุด ถ้ายังไม่มั่นใจหรือมีข้อสงสัยใด สามารถติดต่อสอบถามที่ บริษัท พีซีแลนด์ เทคโนโลยี จำกัด โทร 02-655-0510 ได้ทันทีเลยครับ

 

Apple ประกาศจัดงาน WWDC 2013 แล้ววันที่ 10-14 มิถุนายนนี้!!

เขียนโดย Teerapongc on . Posted in Event

             นับถอยหลังจาก Apple ประกาศวันจัดงาน WWDC ประจำปี 2013 พร้อมเปิดขายบัตรเข้าชมงานไป ปรากฎว่าเพียงแค่ 2 นาทีบัตรหมดเกลี้ยงซะแล้ว !! เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่างานนี้เป็นสิ่งที่คู่ควรกับเหล่านักพัฒนาแอพและซอฟต์แวร์ที่จะได้สัมผัส เรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมวิศวกรของ Apple ด้วยความเป็น Apple นี้เองทำให้มีการจับตามองว่างานที่กำลังจะเกิดขึ้นจะมีสิ่งใดเซอร์ไพรส์วงการไอทีโลกหรือไม่

              ต้องขอเกริ่นก่อนสำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่างาน WWDC คืออะไร WWDC หรือชื่อเต็ม  “Apple Worldwide Developers Conference”งานชุมนุมของนักพัฒนาในเครือ Apple ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนแอพ พัฒนาซอฟท์แวร์บน iOS, OS X  หรือ iCloud ที่จะมีโอกาสเข้าไปสัมผัส เรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมวิศวกรของ Apple อีกทั้งยังเป็นเวทีสำหรับการแสดงนวัตกรรมใหม่ๆจาก Apple ด้วย สิ่งที่วงการไอทีต่างจับตามองงานครั้งนี้หนีไม่พ้นเรื่องของนวัตกรรมที่ตกเป็นข่าวมาตลอดโดยเฉพาะอุปกรณ์พกพาและซอฟต์แวร์สำหรับขับเคลื่อนการทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้วที่ Apple ไม่ได้ปล่อยฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์รุ่นใหม่เป็นการทิ้งช่วงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นานกว่าทุกครั้งที่ผ่าน ฉะนั้นมีที่ความเป็นไปได้สูงที่สิ่งแรกที่จะได้เห็นในงานนี้คือซอฟต์แวร์หรือระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง iOS กับ OS X

                การมาของ iOS กับ OS X รุ่นใหม่จะเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานให้สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง iOS บน iPhone กับ iPad ในเวอร์ชั่นที่เรียกกันไปก่อนแล้วว่า iOS 7 อยู่ภายในกำมือของ Jonny Ive ผู้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าอย่างเต็มตัว พร้อมขนทีมงาน OS X มาช่วยกันออกแบบด้วย ซึ่งลือกันว่า iOS 7 จะมาในลักษณะของความเรียบง่าย แต่เป็นสิ่งใหม่แบบยกชุด

               แม้ Tim Cook จะประกาศชัดเจนว่าในช่วงนี้จะไม่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งซอฟต์แวร์ใหม่ที่กำลังจะมาถึงจะเป็น "ก้าวแรกในปีแห่งความคาดหวัง" ที่จะชี้นำไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่และยังเป็นการเรียกความเชื่อมั่นจากทั้งนักลงทุน และผู้บริโภค หากก้าวแรกนำมาซึ่งเสียง "ว้าว" ได้ ก็แทบได้ใจไปกว่าครึ่งแล้ว ส่วนก้าวต่อไปจะเป็นการโชว์นวัตกรรมที่แท้จริง ! หรือเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ทำตามกระแสตลาดเรื่องนี้ก็น่าลุ้นไม่น้อย แต่สำหรับงาน WWDC ในเดือนมิถุนายน Apple จะหักมุมด้วยการเปิดตัวอะไรที่สร้างเซอร์ไพรส์หรือไม่คงต้องตามดูกันอย่างใกล้ชิดงาน WWDC 2013 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 มิถุนายน นี้ ที่ Moscone West ใน San Francisco ประเทศสหรัฐอเมริกา

เนื้อหาอื่นๆ...

Gadget News

ข่าวสาร IT Update

Technology Update